Our School ET


วันนี้ไปดูหนังเกาหลีมา 2 เรื่อง
เป็นหนังในงาน BKFF ซึ่งเราซื้อบัตรแบบ Day Pass เอาไว้
ดูได้ทั้งหมด 6 เรื่อง เมื่อวานดูไปแล้ว 3 เรื่อง แล้วก็เหลือพรุ่งนี้เรื่องสุดท้าย
แต่ที่มาอัพไดวันนี้ เพราะมีเหตุให้คิดถึงหนังหนึ่งในที่ไปดูมา
"Our School ET"
หนังเป็นเรื่องของครูพละที่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาเป็นครูภาษาอังกฤษ
มีตอนนึงที่ครูต้องสอนแบบถ่ายทอดสด ที่เป็นเหมือนการทดสอบไปในตัว
แล้วก็มีครูภาษาอังกฤษอีกคนนัดแนะกับนักเรียนให้ถามคำถามนอกตำรา
เป็นประโยดประมาณคำคมอะไรซักอย่าง
แล้วนักเรียนบอกว่าไม่เข้าใจคำว่า doth
ในหนังน่ะ ครูเอาตัวรอดไปได้ เพราะเคยอ่านคำคมนี้ในห้องน้ำ ^^"
แต่ตอนที่เราดูทำให้เราคิดขึ้นมาได้ว่า
เราก็ไม่รู้จักคำนี้ และก็คิดว่าถ้าเราเป็นครูและมีเด็กถาม เราควรจะต้องรู้มั้ย
เราคิดว่าครูควรจะรู้อ่ะ แล้วนักเรียนก็ต้องคาดหวังว่าครูจะต้องรู้ด้วย
แต่ในความเป็นจริงคือเราไม่รู้ เพราะงั้นถ้าเราเป็นครูต้องแย่แน่ๆ
นี่เป็นความรู้สึกที่ทำให้เราไม่อยากเป็นครู สอนพิเศษยังไม่คิดจะทำเลย
เรารู้สึกว่ายังมีอะไรอีกมากมายที่เราควรจะรู้ ถึงจะเป็นครูได้
เพราะตอนเป็นนักเรียน เราก็คาดหวังกับครูเอาไว้
แล้วเราก็รู้ว่า เรายังมีความสามารถไม่ถึงครึ่งของที่เราเคยหวังกับครูของเราเลย

แต่ที่ทำให้มาอัพไดระบายวันนี้ ไม่ใช่เพราะหนังหรอก
แต่เป็นเพราะความบังเอิ๊ญ บังเอิญของอีกเหตุการณ์วันนี้ต่างหาก
ตอนเย็นเรากลับมา แล้วก็ลงไปกินข้าว แม่ก็เปิดหนังสือพิมพ์ไว้รอแล้ว
คือจะให้เราไปสมัครอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์
ซึ่งเราก็เคยพูดไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ว่าไม่อยากเป็นครู ไม่เอา ไม่สมัคร
แต่มันคงยังไม่ชัดเจนพอมั้ง
เราก็พยายามเฉยๆไปซะ แต่ก็ยังไม่จบ
หงุดหงิดนะ หงุดหงิด แบบว่าเคยพูดแล้ว เคยบอกแล้ว
เราเลยพูดตรงๆกับแม่ไปว่า ไม่สมัคร ไม่เป็นครู
แล้วก็ไม่ต้องมาบอกให้สมัครเป็นครูอีก เพราะจะไม่สมัคร จะไม่เป็นครู
แม่ก็ไม่ว่าอะไรต่อหรอกนะ แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าแม่จะไม่พยายามอีก
เพราะมันก็เป็นแบบนี้ทุกที
อะไรที่เราชอบ อยากทำ ที่บ้านไม่เคยชอบ
ตอนอยู่ภูเก็ต งานทั้งหมดที่เราทำ เค้าก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่
ที่จริงเค้าไม่เคยพูดหรอกนะ แต่เรารู้เพราะเราเค้าจะชอบเปรยๆ
เรื่องเวลางานมั่ง เรื่องเงินเดือนมั่ง เรื่องนู้เรื่องนี้มั่ง
แต่เราอยากทำอ่ะ แล้วเค้าก็ตามมาห้ามหรือมากดดันเราทุกวันไม่ได้
ไม่เหมือนตอนที่หางานแต่ละที ต้องมานั่งคิดว่าจะทนแรงกดดันได้มั้ย
ไม่ใช่แรงกดดันเรื่องงานนะ แต่เป็นแรงกดดันจากที่บ้าน
เพราะเค้าอยากให้ทำงานจ.-ศ. เวลาทำงานปกติ
แต่งานที่เราสมัครไปเนี่่ย ไม่เป็นแบบนั้นเลยน่ะสิ
เข้าเป็นกะมั่งล่ะ วันหยุดก็ไม่ใช่ ส.-อา. ที่ทำงานก็เข้าไปในเมืองอีก
คิดแล้วมันก็เซ็งนะ

ตอนนี้ถึงเราจะได้งานแล้ว แต่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะทำได้แค่ไหน
แล้วมันก็ยังเป็นคอนเทรค 3 เดือนด้วย
ข้อดีคือ เราได้ลองดูว่าเราไหวกะงานมั้ย
จะให้บอกว่าไม่ชอบ ไม่อยากทำ ก็บอกไม่ได้ เพราะเรายังไม่เคยทำเลย
แต่ถ้าถามว่าอยากทำรึเปล่า มันเหมือนอยากจะลองมากกว่า
ข้อเสียนะเหรอ เงินเดือนน้อยนิดนึง
คงต้องหารายได้เสริมหนักหน่อย (ถ้าหาไม่ได้แย่แน่ๆ)
แล้วมันก็จะกระทบกับแผนคราวๆที่เราเคยวางเอาไว้ว่าจะเอาไงกะชีวิตดี
ไม่สิ ไม่ใช่แค่กระทบ มันทำให้เราทำตามแผนไม่ได้เลยล่ะ
แต่ตอนนี้ เราไม่อยากคิดอะไรแล้ว เหนื่อย
ขอทำวันนี้ พยายามกับวันนี้กอ่นแล้วกันนะ
ยังไงเราก็จะผ่านมันไปให้ได้


ปล. doth = A third person singular present tense of do




เรื่องย่อ Our School ET (เอามาจากเว็บของงาน http://www.bkff.net)

ชอนซองคึน ที่ชีวิตไม่เคยต้องใช้สมองมานานถึง10 ปี และ แสนจะภูมิใจว่าเขานั้นเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องความแข็งแกร่งของร่างกาย ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ เขาเป็นครูพละในโรงเรียนม.ปลายยองมุน ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่ง ในด้านการศึกษา เขามักมีลางสังหรณ์ประหลาด ๆ และมักจะรู้ได้ทันทีว่า อาจารย์คนไหนในโรงเรียนรับสินบนจากผู้ปกครอง ราวกับเขามีเสาอากาศคอยจับเรดาร์การรับสินบนของอาจารย์ติดไว้ที่หัวแต่เมื่อนักเรียนทะเลาะกันเขาก็จะรับหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินและวางเดิมพันในการต่อสู้กันของนักเรียนในวันที่อากาศดีเขาจะเตะฟุตบอลกับเด็ก ๆ แต่ในวันที่ฝนตก เขาก็จะให้นักเรียนอยู่ในห้องเรียนและเรียนด้วยตัวเอง ครูพละที่ไม่ต้องใช้สมองในการสอนนักเรียนมาเป็นเวลา10 ปี ทว่า ได้เกิดวิกฤติขึ้นกับชีวิตของเขาแล้วความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้เขาต้องมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ที่ต้องคลุกคลานอยู่กับตัวหนังสือโรงเรียนม.ปลายยองมุนที่มีการเรียนการสอนเข้มข้นและเน้นหนักเพื่อให้นักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตัดสินใจที่จะลดจำนวนครูพละลง เพื่อจ้างครูภาษาอังกฤษเพิ่มและ ชอนซองคึนก็เป็นตัวเลือกแรกที่โรงเรียนจะไล่ออก ถึงแม้หนทางข้างหน้าดูจะเป็นทางตันแล้ว แต่ทว่าชอนซองคึนก็นึกขึ้นได้ว่าเขาเองก็มีใบอนุญาตสอนภาษาอังกฤษซึ่งเขาเคยได้รับใบอนุญาตเมื่อครั้งที่เขาตามจีบผู้หญิงคนหนึ่งสมัยเรียนหนังสืออยู่ ซองคึนกลายมาเป็น ET ที่หมายถึง ครูภาษาอังกฤษ ไม่ใช ET ที่หมายถึง มนุษย์ต่างดาว ฉันสามารถสอนนักเรียน ให้เก่งขึ้นได้ด้วยการเป็นครูภาษาอังกฤษการเปลี่ยนตำแหน่งของชอนซองคึนอย่างน่าตกใจ กับภารกิจที่ แสนจะยากลำบากได้เริ่มต้นแล้ว

     Share


Our School ET

<< ไม่มีคำตอบ >>

Posted on Tue 26 Oct 2010 21:34

 

 
  
 




oei
p'nam
p'jiab
jib
indyme
lifesucks
ปลาทองบ๊อบบ
jip
mai
mod


Our School ET
ไม่มีคำตอบ
อัพอะไรก็ไม่รู้
กดดัน
ตารางชีวิต
วันเกิด ย้อนหลัง
อัพเดทชีวิต
คอนเสิร์ต เพลงรักยุคคีตา โดย นกเฉลียง
ส่งท้ายปี
มาแล้ว มาแล้ว
ไร้สาระ (อีกแล้ว)
Term paper
รอดไปอีกวัน
บ่นไปเรื่อยๆ
สิ้นเดือน...เกือบสิ้นใจ
โผล่หัวมาแล้ว
หมกมุ่น
ปิดเทอมอย่างแท้จริง
ออกไปตะลอน ตะลอน
จัดห้อง 2



Comments

แอบมาเขียนไม่บอกนะแก ชิร์...

เรื่องงาน แม่ชั้นก็อยากให้เป็นอาจารย์เหมือนกัน แต่ชั้นไม่สามารถว่ะ เป็นคนอธิบายอะไรไม่เป็น เข้าใจอยู่คนเดียว ทำได้อยู่คนเดียวเท่านั้น

แกอย่าเพิ่งเครียดมากไป เรื่องงานก็ทำที่อยากทำนั่นแหละ เพราะสุดท้ายคนที่ทำก็เป็นแก ไม่ใช่แม่แกเสียหน่อย ทนๆ ไปก่อน อีกหน่อยที่บ้านแกก็คงชินเอง

สู้ๆ นะแก แล้วเจอกันที่เมืองไทย เย้ๆๆ
allie.diaryclub.com   
Wed 27 Oct 2010 17:48 [1]




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn